วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ตอนที่ 20 การเดินทาง


     หลังจากที่กอดกันจนหนำใจแล้ว ดราฟกับแบงค์ก็ไปนั่งดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นอย่างหวานแหวว แต่ดูเหมือน พระเจ้าจะไม่อยากให้สองคนนี้หวานกันมากนัก (ถูกของพระเจ้า ขนาดคนแต่งเองยังแอบเลี่ยน : คนแต่ง) เพราะ

     ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

     เมื่อได้ยินเสียง ดราฟกับแบงค์ก็หันหน้าไปทางประตูบ้านพร้อมกัน แล้วแบงค์ก็ลุกจากตักของดราฟ เดินไปที่ประตู

     "มาแล้ว มาแล้ว" พูดพลางเปิดประตู แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดเสร็จ ประตูก็ถูกดันเข้ามา พร้อมกับ

     "Happy New Year โว้ย ไอ้แบงค์ วันดีๆ อย่างงี้ ไปเที่ยวกันเต๊อะ" เสียงอันดังสนั่น โผล่มาพร้อมกับร่างสองร่าง และคนผู้นั้นก็คือ นายไผ่ and นายบุญโขนั่นเอง

     "อ้าว เชี่ยดราฟ มรึงมาอยู่บ้านไอ้แบงค์ได้ไงวะ" ไผ่ถามตามมารยาท แต่ดราฟกลับคิดมาก (นึกว่าหึงอ่ะดิ : คนแต่ง)

     "ไมอ่ะ กรูมาไม่ได้รึไง" ถามออกไปอย่างฉุนๆ

     "เปล๊าวว เผื่อมรึงมาแล้ว กรูกับเชี่ยแบงค์หวีทกันอยู่ มรึงจะได้ทำใจได้" ไผ่ตอบออกมาอย่างขำๆ แต่คนบางคนมันไม่ขำ มันจึงทำการ.........โอบแบงค์ แล้วก็

     "แล้วถ้าวันไหนมรึงมา แล้วกรูกับไอ้แบงค์กอดหรือจูบ หรือหวีทกันอยู่ มรึงก็อย่าตกใจแล้วกัน" พูดพร้อมยักคิ้ว  นายบุญโข ที่เริ่มรูสึกว่า รังสีYaoi เริ่มแพร่กระจาย จึงรีบหยุดรังสีไว้ด้วย

     "เอ่อ..คุณๆ ครับ กรุณาหยุด 3P ไว้ตรงนี้เถอะครับ เพื่อนๆ รออยู่"

     แบงค์ที่เริ่มรู้สึกถึงรังสี Yaoi and 3P เริ่มมาคุเช่นกัน จึงรีบเปลี่ยนบรรยากาศทันที

     "เออว่ะ ที่ว่าไปเที่ยว จะไปไหนอ่ะ แล้วที่ว่าเพื่อนรออ่ะ รอใครอ่ะ"

     "ก็รอพวกเราไงครับ คือห้องเราจะไปเที่ยวน้ำตก แล้วเพื่อนๆ ก็ให้เราสองคน มาตามคุณแบงค์กับคุณดราฟครับ พวกคุณจะไปไหมครับ" บุญโขไขข้อข้องใจของแบงค์ให้กระจ่าง เมื่อพูดจบ แบงค์ก็รีบตกลงทันที เพราะถ้าอยู่บ้าน ก็ต้องอยู่กับดราฟ 2 ต่อ 2 อีก แล้วเรื่องก็ลงแบบเดิม คือ บนเตียง เนื่องจากยังไง แบงค์ก็ปฏิเสธดราฟไม่ลงอยู่ดี

     เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เตรียมตัวออกเดินทางทันที พอมาถึงที่นัดหมาย เพื่อนๆ ก็เตรียมตัวออกเดินทางทันที  พอมาถึงที่นัดหมาย เพื่อนๆ ก็เตรียมตัวที่จะออกรถแล้ว ทำให้ ดราฟ แบงค์ ไผ่ และโข ต้องวิ่งหน้าตั้งขึ้นรถทันที

~ บนรถ ~

     "เพราะมรึงคนเดียวเลย ไอ้ดราฟ มัวแต่เก็บเชี่ยไรก็ไม่รู้" ไผ่บ่นขึ้นเมื่อขึ้นาบนรถ และหาที่นั่งได้แล้ว

     "เออๆ กรูผิด ยังไงมรึงก็มาทันรถ แล้วมรึงจะบ่นทำเชี่ยไร" ดราฟที่สำนึกผิด แต่ก็ยังมิวายบ่นออกมา

     "เมื่อไหร่พวกมรึงจะหยุดทะเลาะกันซักที พวกกรูจะ Dance มรึงเข้าใจมั้ย Dance อ่ะ Dance" หมื่นน้อยพูดขึ้น หลังจากที่ฟังดราฟเถียวกับไผ่อยู่นาน (หลังจากที่ผมไม่ได้ออกมานาน ผมได้มีบทบาทแล้วคร้าบบบ : น้องหมื่นน้อย)

     "เออพวกกรูไม่เถียงกันล่ะพวกมรึง Dance กันได้ กรูขอเปิดพิธี" ดราฟพูดยุติสงคราม แล้วก็พูดเปิดพิธี Dance ทันที

     จานั้นทุกคนก็เริ่ม Dance กันอย่างเมามัน ยกเว้นแบงค์ที่นั่งคุยนั่งเล่น แต่ไม่ยอมเต้นซักที ไม่ว่าใครจะมาชวน จนกระทั่ง

     "เฮ้ย! ไอ้ภัทร รูดเสาโว้ย ฮู้ x โครต ใครไปเป็นเสาแทนไอ้โขทีดิว่ะ สงสารมันว่ะ" เสียงของต้อมดังขึ้น (จำไม่ได้ กรุณากลับไปอ่านตอนที่1นะคะ : คนแต่ง) แล้วสายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่ภัทร ซึ่งกำลังรูดโขอยู่ แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อดราฟแลกตัวประกัน เอ๊ย ไม่ใช สลับตัวกับโขแทน กลายเป็นว่า ตอนนี้ดราฟยืนเป็นเสาให้ภัทรรูด แถมเสาน้อยยังร่วมเต้นไปกับภัทรด้วย ทุกอย่างอยู่ในสายตาของแบงค์ทั้งหมด 'จะไม่มีวันยกให้ใคร' อยู่ๆ เสียงๆ หนึ่งก็ดังเข้ามาในสมอง ทำให้แบค์ทีคิดว่าจะไม่เต้นแล้ว ต้องลุกขึ้น แล้วค่อยๆ เดินไปยังสถานที่เกิด 'รูดเสา Show'

     เมื่อไปถึง แบงค์ก็ผลักภัทรออกจากวงโคจร แล้วเริ่มเต้นกับดราฟ ทุกคนที่ตอนแรกมองกันอย่างตะลึง ขณะนี้ลังผลัดกันเต้นรูดเสา แม้แต่นายบุญโข ที่ว่าเรียบร้อยแล้วก็ยังผลัดรูดเสากับไผ่


     ทางด้านคู่รักแบงค์ ดราฟ
   
     ตอนนี้ดราฟกำลังเป็นเสาให้แบงค์รูดอยู่ ดังนั้นภาพที่ทุกคนเห็นคือ แบงค์โอบรอบคอดราฟ พร้อมกับเต้นรูดเสา แต่ในความเป็นจริง ขณะที่แบงค์กำลังเต้นอยู่นั้น

     "หึงเหรอ"

     "เปล่า"

     "ไหนว่าไม่เต้นไง"

     "ก็อยากเต้นแล้วอ่ะ ไม่ได้รึไง"

     "เปล่า ก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ"

     "อยากเต้นกับภัทรมากนักรึไง"

     "ก็หนุกดีน่ะ"

     "เอ๊ะ! ไหนว่ารักเค้าไง"

     "เอ๊ะ! ไหนว่าไม่หึงไง"

     เมื่อโดนต้อนจนจนมุม แบงค์ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่หน้าแดง แล้วก็พยายามจะเดินกลับไปยังที่นั่ง แต่ก็ถูกดราฟรั้งไว้ จนตอนนี้ แบงค์กลายสภาพเป็นเสา แล้วดราฟกลายเป็นคนคล้องคอ และเต้นรูดเสาทันที

     "มาให้อยากแล้วจากไปรึไง"

     "อยากอะไรอ่ะ"

     "ก็อยากเต้น อยากจูบ แล้วก็อยากไอ้นั่นไง"

     "ทะลึ่ง"

     "ทะลึ่ง แล้วรักมั้ยล่ะ"

     "ไม่รู้"

     "ไม่รู้อะไร"

     "ไม่รู้ ก็ไม่รู้สิ"

     "ถ้าไม่รู้ กลับบ้านไปจะโดนลงโทษนะ"

     "บ้า คนทะลึง ทุเรศ ทุเรศที่สุด ยี้ๆๆๆ" พูดจบแล้วก็วิ่งกลับไปนั่งที่นั่งทันที พร้อมกับหน้าตาที่แดงก่ำยิ่งกว่าคนที่โดนพิษไข้เล่นงาน หรือมะเขือเทศสุกซะอีก


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น